ความซื่อสัตย์และจุดยืนของอิสลาม พิมพ์ อีเมล์
الحمد لله الواحد الديان وأشهد أن لا إله إلا الله جعل الأمانة أساس الإيمان وأشهد أن محمدا رسول الله خاتم النبيين وسيد ولد عدنان اللهم صل على سيدنا محمد وعلى آله وأصحابه الذين كانوا ملء السمع والبصر وملء الزمان والمكان

พีน้องมุสลิมที่รักทั้งหลาย อัลลอฮ์ทรงดำรัสในคัมภีร์ของพระองค์ว่า

إن الله يأمركم أن تؤدوا الأمانات إلى أهلها       سورة النساء : 58

ความว่า “ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงมีบัญชาแก่พวกเจ้า ให้พวกเจ้ามอบความไว้วางใจแก่ผู้ทรงสิทธิ์ของมัน ”

อัล-นิซาอฺ : 58

และพระองค์ทรงตรัสว่า

فليؤد الذي ائتمن أمانته وليتق الله ربه      سورة البقرة : 283

ความว่า “ ดังนั้นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ (ลูกหนี้ ) ก็จงคืนสิ่งที่ถูกไว้ใจ ( หนี้ )ของเขาเสีย และเขาจงเกรงกลัวอัลลอฮ์ผู้เป็นพระเจ้าของเขาเถิด ”

อัล-บากอเราะห์ : 283

มีผู้รู้บางท่านกล่าวว่า แท้จริงอามานะฮ์คืออามานะฮ์ทางทรัพย์สินและบางท่านกล่าวว่าคือ อามานะฮ์ทางคำพูด และมีบางท่านกล่าวว่าคืออามานะฮ์ต่อสัญญา และบางท่านก็กล่าวว่า มันคืออามานะฮ์ต่อความรับผิดชอบ เราจะเห็นได้ว่า ทั้งหมดที่บรรดาผู้รู้ได้กล่าวมาข้างนั้น ล้วนถูกต้องทั้งสิ้น เพราะอามานะฮ์นั้น ครอบคลุมไปถึงการปฏิบัติความดีทั้งหมด และการห่างไกลจากความชั่วทั้งหมด รวมไปถึงความพยายามในการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบ แท้จริงท่านรอซูล(ซ.ล.)ได้ส่งเสริมพวกเราให้รักษาไว้ซึ่งการมีอามานะฮ์ต่อความรับผิดชอบในหน้าที่

ดังในวจนะของท่านรอซูล ( ซ.ล. ) ซึ่งได้ส่งเสริมให้รักษาความรับผิดชอบต่อสังคม ว่า

كلكم راع وكلكم مسئول عن رعيته فالإمام راع ومسئول عن رعيته والرجل راع في أهله ومسئول عن رعيته  والمرأة في بيت زوجها راعية ومسئولة عن رعيتها والخادم في مال سيده راع ومسئول عن رعيته  والرجل ( الولد ) راع في مال أبيه ومسئول عن رعيته وكلكم راع  ومسئول عن رعيته

 ความว่า “ พวกท่านทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ และพวกท่านทุกคนต้องถูกสอบสวนจากหน้าที่อันนั้น ดังนั้นผู้นำมีหน้าที่และต้องรับผิดชอบในหน้าที่ของเขา และบุรุษมีหน้าที่ต่อครอบครัว และเขาจะถูกสอบสวนจากหน้าที่ของเขา และสตรีก็มีหน้าที่ในบ้านสามีและนางจะถูกสอบสวนในหน้าที่ของนาง และทาสรับใช้มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของนาย และเขาจะถูกสอบสวนจากหน้าที่ของเขา และบุตรมีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของบิดา และเขาจะถูกสอบ สวนจากหน้าที่ของเขาและพวกท่านทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบและจะถูกสอบสวนจากหน้าที่ นั้น ๆ ”

ความซื่อสัตย์ต่อความรับผิดชอบในหน้าที่นั้น หากทุกคนได้รักษามันไว้ แน่นอนสังคม จะเจริญขึ้น และผู้คนในสังคมก็จะอยู่อย่างมีความสุข เพราะพวกเขาจะได้รับสิทธิ์ของพวกเขาโดยปราศจากความทุกข์ และสิ่งที่ตามมาคือการปฏิบัติสิ่งจำเป็นเหนือพวกเขาเป็นอย่างดี  และตรงนี้ปรากฏคำถามหนึ่งว่า อามานะฮ์นั้นได้ถูกกำเนิดโดยอิสลาม หรือว่ามีมาก่อนอิสลาม ? สำหรับคำตอบนั้น เราจะนำประวัติศาสตร์มาเสนอ คือประวัติของซาเมาอัล ซึ่งอัมรุ้ลเกสให้ความไว้วางใจในการให้ดูแลอาวุธและทรัพย์สินของเขา เมื่ออัมรุ้ลเกสได้เสียชีวิตกษัตริย์นั๊วะมานบิน อัลมุนซิร ซึ่งเป็นศัตรูของเขาได้เรียกร้องจะยึดเอาอาวุธและทรัพย์สินเหล่านั้น ซาเมาอัลก็ปฏิเสธที่จะมอบให้แก่กษัตริย์ผู้นั้น เว้นแต่ญาติของอัมรุ้ลเกสผู้มีสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น  และเขาก็รักษาอามานะฮ์ แม้ว่าต้องนำตัวเองสู่การลงโทษของกษัตริย์นั๊วะมานก็ตาม

เช่นเดียวกันนบีของเราก่อนจะถูกแต่งตั้งเป็นนบีท่านถูกยกย่องว่าเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ไว้วางใจได้ จนกระทั้งได้รับสมญานามว่า อัลอามีน เราจะเห็นได้ว่าอามานะฮ์นั้นเป็นสิ่งที่มาก่อน แต่อย่างไรก็ตามอิสลามได้สั่งสอนในเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งท่านนบีได้ให้วจนะไว้ว่า

لا إيمان لمن لا أمانة له ولا دين لمن لا عهد له

ความว่า “ ไม่มีการ ศรัทธา ( ที่สมบูรณ์ ) สำหรับผู้ที่ไม่มีอามานะฮ์ และไม่มีศาสนา( ที่สมบูรณ์ ) สำหรับผู้ที่ไม่ รักษาสัญญา”

พี่น้องมุสลิมทั้งหลาย หากพวกท่านอยากจะทราบถึงความสำคัญยิ่งของความซื่อสัตย์ โปรดรู้ไว้เถิดว่าความซื่อสัตย์ในสังคมนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้อิสลามได้ส่งเสริมเรื่องความซื่อสัตย์และความไว้วางใจ เพื่อที่จะรักษาซึ่งทรัพย์สิน เกียรติยศ และชีวิตที่มีคุณค่าในสังคม อัลลอฮ์ได้ให้ลักษณะผู้ที่มีความซื่อสัตย์และเป็นที่ไว้วางใจแก่ผู้อื่นว่าเป็นผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง และได้แจ้งข่าวดีแก่เขาว่าเป็นผู้ที่ได้รับความสำเร็จและความผาสุข  อัลลอฮ์ทรงตรัสไว้ว่า

والذين هم لأمانتهم وعهدهم راعون    سورة المؤمنون : 8

ความว่า “ และพวกเขา ( ผู้ศรัทธา ) เป็นผู้รักษาไว้ซึ่งความซื่อสัตย์และสัญญาของ พวกเขา”

อัลมุอฺมินูน : 8

และแท้จริงพระองค์อัลลอฮ์ทรงประสงค์ที่จะให้เกียรติต่อมนุษย์ โดยการให้พวกเขา รับภาระของการมีอามานะฮ์ เพราะมนุษย์เท่านั้นที่มีสติปัญญาบนพื้นแผ่นดินนี้ที่สามารถแบกรับภาระของการมีอามานะฮ์ และฟื้นฟูบนหน้าแผ่นดิน อัลลอฮ์ทรงตรัสไว้ว่า

إنا عرضنا الأمانة على السماوات والأرض والجبال فأبين أن يحملنها وأشفقن منها وحملها الإنسان إنه كان ظلوما جهولا   

سورة الأحزاب  : 72 

ความว่า “ แท้จริงเราได้เสนอการอามานะฮ์ แก่ชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และขุนเขา ทั้งหลาย แต่พวกมันปฏิเสธจะแบกรับมันและกลัวต่อมัน ( คือภาระอันหนักอึ้ง ) และมนุษย์ได้แบกรับมัน แท้จริงเขา ( มนุษย์ ) เป็นผู้อธรรมงมงายยิ่ง”

อัล-อะห์ซาบ : 72

ดังนั้นบุคคลใดก็ตามที่รับผิดชอบต่อความซื่อสัตย์ได้อย่างดีเยี่ยมเขาก็จะเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะและบุคคลใดก็ตามที่บกพร่องต่อมันเขาก็จะเป็นผู้ที่อธรรมอีกทั้งยังโง่เขลายิ่ง แท้จริงฟากฟ้า แผ่นดินและภูเขานมัสการต่ออัลลอฮ์และพวกมันกล่าวสรรเสริญต่อพระองค์ ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า 

وإن من شىء الا يسبح بحمده ولكن لا تفقهون تسبيحهم       سورة الإسراء : 44

ความว่า “ และไม่มีสิ่งใดเว้นแต่จะสดุดีด้วยการสรรเสริญพระองค์ แต่ว่าพวกเจ้า ไม่เข้าใจคำสดุดีของพวกเขา ( คือพวกเจ้าไม่เข้าใจภาษาการสดุดีของสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น)”

อัล-อิซรออฺ : 44

และขณะที่พระองค์ได้เสนอต่อแผ่นดิน ฟากฟ้าและขุนเขาให้แบกรับอามานะฮ์ ซึ่ง เป็นการเสนอแบบมีทางเลือก พวกมันก็กลัวและหลีกเลี่ยงจากความรับผิดชอบอันนั้น แต่นบีอาดัม ( อลัยฮิสลาม ) ได้รับอามานะฮ์นั้นไว้ แล้วพระองค์อัลลอฮ์ก็ทรงตรัสแก่นบีอาดัมว่า ถ้าหากเจ้าทำดี เจ้าก็จะถูกตอบแทนอย่างดีงาม และถ้าหากเจ้าทำไม่ดีเจ้าก็จะถูกลงโทษ ไม่เป็นที่สงสัยแล้วว่า การบกพร่องในอามานะฮ์นั้นเป็นสิ่งเลวร้ายและอันตรายที่สุด ท่านนบีได้วจนะไว้ว่า

القتل في السبيل الله  يكفر الذنوب كلها إلا الأمانة

ความว่า “ การสงครามในหนทางของอัลลอฮ์จะลบล้างความผิดทั้งหมดยกเว้น ความ บกพร่องในอามานะฮ์ ”

และวจนะของท่านนบีที่ว่า

أد الأمانة إلى من ائتمنك ولا تخن من خانك

ความว่า “ จงมอบความไว้วางใจแก่ผู้ที่ให้ความไว้วางใจแก่ท่าน และอย่าเบียดเบียน ผู้ที่เบียดเบียนท่าน ”

ดังนั้นผู้ใดที่พี่น้องของท่านได้ฝากความไว้วางใจในทรัพย์สิน เพื่อจะให้ท่านรักษามัน ผู้ใดที่เป็นครูซึ่งผู้ปกครองฝากลูกของเขา เพื่อให้ท่านอบรมสั่งสอนลูกของเขาให้ดีงาม ผู้ใดที่เป็นหมอซึ่งผู้ป่วยได้ฝากชีวิตของเขา เพื่อที่จะให้ท่านรักษา ผู้ใดที่เป็นผู้พิพากษาซึ่งบรรดาผู้ถูกตัดสินฝากคดีความของพวกเขา เพื่อที่ท่านจะได้พิจารณาไต่สวนและตัดสินคดีอย่างมีคุณธรรมผู้ใดที่เป็นทนายความที่เขาเสนอให้ว่าความ ผู้ใดที่เป็นพยานที่จะเป็นสักขีพยาน ผู้ใดที่เป็นผู้รู้ที่ตัดสินปัญหา พวกท่านทั้งหลายจงรักษาอามานะฮ์ไว้ กระทั่งพวกท่านได้พบกับพระผู้เป็นเจ้าของพวกท่าน โดยที่พระองค์ทรงยินดีต่อพวกท่านในวันกียามะฮ์ ซึ่งเป็นวันที่ทรัพย์สมบัติและลูกหลานไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลย เว้นแต่ผู้ที่เข้าหาอัลลอฮ์ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์

 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
 
 
 
   
 
 
กลุ่มโรงเรียนประทีปศาสน์ ปอเนาะบ้านตาล อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
เลขที่ 166/1 ม.6 ต.กำแพงเซา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 80000
โทรศัพท์ 075-377-781-3 โทรสาร 075-377-781-3 ต่อ 102
copyright 2009 www.mybantan.org